fbpx

การใช้ชีวิตของผู้คนท่ามกลางความปกติวิถีใหม่

3 Point of issue.

– การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ถือเป็นพายุลูกใหญ่ หรือ Perfect storm ที่เกิดขึ้นกับทุกคนทั่วโลก และส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเสมือนเป็นการเปิดประตูเข้าสู่ “ความปกติแบบใหม่” หรือ New normal ของการดำรงชีวิต ที่ผู้คนได้เคยชินกับการปฏิบัติตัวในช่วงไวรัสโควิด-19 
– นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า พฤติกรรมของผู้คนจะมีความเคยชินกับรูปแบบการใช้ชีวิตในช่วงการกักกันตัว เช่น พฤติกรรมการทำงานในช่วงที่ต้อง work from home , พฤติกรรมผู้บริโภค ที่ใช้จ่ายซื้อของออนไลน์ผ่านแอพฯ ซึ่งการที่พฤติกรรมผู้คนเปลี่ยน ย่อมเป็นการเปลี่ยนที่เขยื่อนไปยังสังคมและทุกที่ทั่วโลก 
– ด้วยโลกที่กำลังถูกหล่อหลอมขึ้นมาใหม่นี้ หลังจากผ่านพ้นช่วงไวรัสโควิด-19 ไป เป็นไปได้ที่โลกของเราจะแคบลง โดยที่เราก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความผันเปลี่ยนของผู้คนและสังคมโลก ทั้งจากพฤติกรรมความต้องการ ตามการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของประเทศ ผู้คน และเศรษฐกิจ สิ่งเหล่านี้กำลังถูกบังคับเพื่อให้โลกก้าวเข้าสู่ประตูบานใหม่


Social distancing อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสังคมที่เริ่มถอยห่าง จากภาวะโรคระบาดของเชื้อไวรัส ที่ทำให้มีการปิดกั้นในแต่ละเมืองทั่วโลก จึงทำให้ความเชื่อมโยงของโลกระหว่างผู้คนกับผู้คนน้อยลง และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดเป็นความเคยชินจากภาวะการพึ่งพาตัวเองในช่วงการติดกับดักช่วงโรคระบาดเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ทั้งจากระดับปัจเจก ไปสู่สังคม และประเทศ ซึ่งมีส่วนที่ทำให้ใยแมงมุมที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศ หรือกระแสโลกาพิวัฒน์ของโลกใบนี้อาจเบาบางลง 

“ผู้คนเขยิบ โลกย่อมขยับ”  จึงเป็นวลีที่มักใช้ในการกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลก และแน่นอนเลยว่า พฤติกรรมของมนุษย์โลก ย่อมส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมาแล้วในหลายยุคสมัย แม้ที่ผ่านมาจะเห็นกระแสการเชื่อมต่อของโลกที่กำลังมาแรง แต่ในขณะที่มันกำลังพุ่งทยาน กับถูกฉับทิศทางให้หวนกลับ ซึ่งแน่นอนมันเกิดขึ้นโดยมีมนุษย์เป็นตัวแปรสำคัญ  ดังนั้นเอง ‘การกักตัว’ และ ‘การปิดกั้น’  จึงมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยน แปลงครั้งใหม่ไปสู่สังคมโลกอีกครั้ง

ก่อนอื่นเลย การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปัจจุบัน คงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของการ work fome home ซึ่งเป็นการพลิกแพลงสถานที่ทำงานจากออฟฟิสสู่บ้าน และบ้านที่เป็นที่พักอาศัยของใครหลายคนก็กลายเป็นกึ่งสถานที่ทำงานไปโดยทันที แน่นอนว่า การอยู่บ้านนานๆ ไม่ได้ตอบโจทย์สำหรับคนทุกคน จึงจะเห็นได้ว่าผู้คนบางส่วนเริ่มรู้สึกอึดอัดกับการที่ไม่ได้ออกไปใช้ชีวิตดังเดิม ที่ไม่ว่าจะเป็นสาย Extrovert หรือ Introvert ก็ต่างต้องปรับตัวในช่วงเวลาที่ไม่รู้ว่า โควิด-19 จะหมดไปเมื่อไหร่

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ดำรงอยู่บนโลกใบนี้มาแล้วกว่า 7 หมื่นปี และเราต่างต่อสู้เพื่อความอยู่รอดมาโดยตลอด ทั้งจากภาวะการกันดารอาหาร สงคราม ภัยธรรมชาติ และที่ปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์อีกมากมาย และสิ่งที่ยังทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์สามารถครองโลกได้นั้น ก็คือการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด จนนำไปสู่การดำรงชีวิตและการเปลี่ยนแปลงสู่รูปแบบการใช้ชีวิตใหม่ๆจากสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น 

เช่นเดียวกับโรคระบาดจากเชื้อไวรัสที่เกิดขึ้นในศตวรรษนี้ ก็เป็นอีกช่วงเวลาที่ผู้คนเริ่มเบื่อหน่าย และรู้สึกหมดไฟ จากการที่ต้องกักตัวอยู่บ้านนานๆ 
หรือแม้กระทั่งคนไม่สังคม ก็ใช่ว่าจะชอบอยู่บ้านเสมอไป และถ้าว่ากันตามที่นักวิเคราะห์มากมายได้พูดเป็นเสียงเดียวกันต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับผู้คนและโลกภายหลังโควิด-19 นอกจาก New idea ที่ผู้คนสรรหามาปรับใช้แก้ความเบื่อแล้ว แต่ในภาคธุรกิจจะทำให้เกิดธุรกิจประเภทอีคอมเมิร์ชเพิ่มขึ้น จากการสั่งของกินของใช้ออนไลน์ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในช่วงวิกฤต 

นอกเหนือจากนี้ นักวิเคราะห์ยังมองว่า จะเกิดเป็นไปได้ที่ความคุ้นเคยระหว่างผู้คนและเทคโนโลยีที่มีมากขึ้น จากการการที่ผู้คนพึ่งพาเทคโนโลยีในช่วงของการกักตัว จึงทำให้ เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างแทรกซึมในภาวะฉุกเฉิน ซึ่งก็เป็นไปตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์หลายคน ว่าในอนาคตภายหลังจากโควิด-19 ผ่านพ้นไป บทบาทของเทคโนโลยี จะเข้ามาสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้คน เช่น การใช้เทคโนโลยีในการตรวจหาเชื้อโควิดของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งทำให้เกาหลีใต้สามารถควบคุมการแพร่ระบาดไว้ได้ เป็นต้น

หากอ้างอิงตามรายการ The secret sauce และ The readery podcast ที่ได้ยิบยก เรื่อง ประวัติย่อของ Homodeus และ Sapien 21st century โดยคุณ Yual Noah Harari (นักประวัติศาสตร์และนักเขียนชื่อดัง) ได้กล่าวถึง ความไว้เนื้อเชื่อใจของผู้คนที่มีต่อปัญญาประดิษฐ์จะมีมากขึ้น และจากบทความ The world after coronavirus ก็ได้มีการกล่าวถึงการอาศัยเทคโนโลยีใต้ที่ฝังไว้ใต้ผิวหนังเพื่อตรวจสอบ ซึ่งไม่แน่ว่า หากรัฐบาลไหนที่มีอำนาจและสามารถควบคุมโรคได้ ประชาชนก็จะยินดีให้ตรวจสอบผ่านการฝังที่ตรวจสอบไว้ภายในร่างกาย

“ถ้าให้เลือกระหว่าง Security กับ Privacy คุณจะเลือกอะไร” การยอมแลกระหว่างสุขภาพกับความเป็นส่วนตัวของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่จะตระหนักและให้ความสำคัญกับสุขอนามัยเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งอาจเป็น anxiety ของผู้คนในอนาคตที่อาจรวมไปถึงเกิดความเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการใช้ธนบัตร โดยเปลี่ยนจากเงินกระดาษ (ที่อาจเสี่ยงต่อการส่งต่อเชื้อโรค) เป็นการใช้จ่ายเงินดิจิตอลแทน

นอกเหนือจากเรื่องเทคโนโลยีและแฝงนัยยะของการใช้อำนาจรัฐ โควิด-19 ก็ทำให้เกิดการพึ่งพาตัวเองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดตามมาตรการที่พยายามจะปิดประเทศ เพื่อความอยู่รอดของผู้คนในชาตินั้นๆ ก็จะเป็นเวลาที่ในแต่ละประเทศจะเริ่มถอยห่างออกจากกัน จนทำให้โลกแคบลง โดยเป็นการแคบในเรื่องระบบเศรษฐกิจ โดยที่เศรษฐกิจจะก้าวเข้าสู่การกลับมาของซัพพลายเชนใหม่ 

จากเดิมที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบ และการส่งของแต่ละชิ้นส่วน ตามค่าแรงที่ต่ำหรือตามความถนัด ไปยังหลายประเทศ และจากมาตรการปิดประเทศ ก็ทำให้เกิดการชะงักในเรื่องกระบวนการผลิตสินค้า อย่างเช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นต้น จึงเป็นเวลาที่แต่ละประเทศ จะเริ่มวางแผนซัพพลายเชนแบบใหม่ ที่อาจหาวัตถุดิบหรือสร้างกระบวนการผลิตภายในประเทศของตัวเอง 

ความท้าทายของโลกาภิวัฒน์หลังจากนี้ เป็นผลกระทบต่อซัพพลายเชน จากการปิดฮับของแต่ละพื้นที่ที่ใช้เป็นแหล่งต้นทางของวัตถุดิบ การขาดแรงงาน และยังเป็นความท้าทายที่จะเกิดขึ้นกับด้านขนส่งโลจิสติกที่วัสดุติดค้างอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งเป็นห่วงโซ่ของผล กระทบที่จะมีการเปลี่ยนแปลงแบบแผนในอนาคตอันใกล้ 

แน่นอนว่า ความท้าทายที่จะเกิดขึ้น จะมีทั้งผู้ที่รับมือมาบ้างแล้วล่วงหน้า ผู้ที่กำลังจะรับมือ และผู้ที่ยังลุกขึ้นไม่ไหว แต่ด้วยการปรับตัวที่ฝังอยู่ในเผ่าพันธุ์มนุษย์มาตั้งแต่เมื่อ 7 หมื่นปี ท้ายที่สุดมนุษย์จะอยู่รอด แม้ขณะนี้จะมีโรคระบาด และมีทั้งคนที่อยู่รอดและคนที่จากไปก็ตาม แต่มันจะผ่านพ้นไปและเกิดการเปลี่ยนแปลง จนเกิดเป็นความปกติแบบใหม่ของเผ่าพันธ์มนุษย์ในสังคมโลกอีกครั้ง

COVID-19 นับเป็นหนึ่งในสงครามโลกที่ปราศจากโฉมหน้าของผู้ร้ายและอาวุธยุทโธปกรณ์ แม้ตั้งแต่เปิดต้นปี 2020 มา ก็มีข่าวกรายๆออกมาในเรื่องของสงครามโลกครั้งที่สาม ภัยธรรมชาติ และสงครามการค้า แต่กลับพลิกผันเป็นการต่อสู้กับโรคระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เข้ามาแบบไม่มีใครคาดคิด และอาจจะเกิดเป็น secone wave ซึ่งเป็นการเปลี่ยน แปลงที่จะเกิดเป็น ความปกติแบบใหม่ (New normal)ในหลังจากนี้ 

โรคระบาดจึงเป็นตัวแปรที่กระทบไปเป็นวงกว้างและไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อนว่า วันหนึ่งเราจะต้องกักตัวเองกันอยู่ที่บ้าน โดยไม่รู้ช่วงเวลาไหนที่จะกลับเข้าสู่โหมดปกติ และยังเหมือนเป็นการย่นระยะเวลาของการ transformation ที่ถูกบังคับให้ต้องเปลี่ยนแปลง โดยเป็น Major disruption สู่คนและกระแสสังคมโลก จนเรียกได้ว่า อนาคตอันใกล้นี้ อาจเป็นอนาคตที่เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ใช่แค่การคาดการณ์ในอีก10-20 ปีข้างหน้า เหมือนที่เราเคยพูดถึงหรือเคยได้ยิน แต่อาจเป็นอนาคคอันใกล้ ที่เป็นการเปลี่ยนแปลง ณ เดี๋ยวนี้ ทันที ก็เป็นได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *