fbpx

วิธีการป้องกันตัวเองและคนรอบข้างอย่างไร ให้ห่างไกลจาก ไวรัสโควิด-19

3 Point of Issue.

– ไวรัสโควิด 19 เกิดจากการติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 (SARS-CoV-2) ซึ่งเป็นไวรัสสายพันธุกรรมเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับไวรัสที่ก่อโรคซาร์ส โดยต้นกำเนิดการแพร่ระบาดที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน
– ไวรัสโควิด 19 ในประเทศไทย มีผู้ป่วยไวรัสโควิด 19 รายแรก เป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนอายุ 61 ปี จากเมืองอู่ฮั่น และประเทศไทยได้จัดเป็นประเทศแรกที่มีผู้ติดเชื้อนอกเหนือจากประเทศจีน
– วิธีการป้องกันไวรัสโควิด 19 โดยเริ่มสังเกตอาการตัวเอง, ใส่ปิดผ้าจมูก, ล้างมือ, กินร้อน, หลีกเลี่ยงไปในพื้นที่เสี่ยง


ในสถานการณ์การระบาดของ “ไวรัสโคโรนา 2019” กำลังแพร่ระบาดในตอนนี้  มีจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายคนมีความกังวลว่า เราจะได้รับติดเชื้อโควิด 19 หรือไม่ รู้สึกมีอาการตัวร้อน เป็นไข้ น้ำมูก รึเปล่า และยังมีการสัมผัสจากสิ่งของต่างๆ จากคนสู่คน สามารถแพร่กระจายได้เช่นกัน สำหรับในบทความนี้ ได้นำเสนอวิธีการป้องกันไวรัสโควิด 19 จะมีวิธีในการดูแลตัวเองและครอบครัวได้อย่างไร

ต้นกำเนิดในการเกิดไวรัสโควิด 19

ไวรัสโควิด 19 เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจชนิดหนึ่ง เกิดจากการติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 (SARS-CoV-2) ซึ่งเป็นไวรัสที่มีสายพันธุกรรมเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับไวรัสที่ก่อโรคซาร์ส เป็นสาเหตุของการระบาดทั่วของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ในปี พ.ศ. 2562–2563 เคยเป็นที่รู้จักในชื่อโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน 2019-nCoV, โรคปอดบวมอู่ฮั่น หรือ Wuhan pneumonia รวมทั้งชื่ออื่นๆ โดยต้นกำเนิดในการเกิดไวรัสโคโรน่า ที่เมืองอู่ฮั่น เมืองหลวงของมณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน โดยมีการพบผู้ป่วยมากที่สุดและคาดว่าน่าจะเป็นรังของโรค คือ ตลาดอาหารทะเลและสัตว์หายากในเมือง ซึ่งได้แพร่กระจายไปในหลายเมืองในประเทศจีนและหลายประเทศ เช่น ไทย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เป็นต้น

สำหรับในประเทศไทย ผู้ป่วยรายแรกที่พบนั้นเป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนอายุ 61 ปี จากเมืองอู่ฮั่น ซึ่งมีอาการไข้หนาวสั่น ปวดศีรษะและเจ็บคอ สามวันก่อนเดินทางมาที่ประเทศไทย ต่อมาได้เดินทางมาพร้อมครอบครัวเพื่อท่องเที่ยว เมื่อเดินผ่านเครื่องตรวจจับความร้อนที่สนามบิน (thermo scan) จึงพบว่ามีไข้ และถูกส่งตัวไปนอนรักษาที่โรงพยาบาลทันที อีกสองวันต่อมา ทางโรงพยาบาลสามารถแยกเชื้อโดยวิธีการทางโมเลกุลได้ว่าเป็นเชื้อ “ไวรัสโควิด 19” จึงรายงานไปที่องค์การอนามัยโลก และประเทศไทยได้ประกาศว่าเป็นประเทศแรกนอกเหนือจากประเทศจีน ที่มีผู้ป่วย ไวรัสโควิด 19 ในเวลานี้ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ทำการยกระดับการเตือนภัยความเสี่ยงการระบาดไปทั่วโลกของเชื้อไวรัสโควิด 19 อยู่ที่ระดับ “สูงมาก” หลังมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นและมีการลุกลามไปยังประเทศต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

วิธีการป้องกันไวรัสโควิด 19

เริ่มสังเกตอาการตัวเอง

– หากตัวเองมีอาการ มีไข้ จาม มีน้ำมูก ถ้าเริ่มมีอาการเหล่านี้ภายใน 14 วัน หลังจากไปพื้นที่ระบาดที่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการ ให้ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
– หากได้รับเชื้อไวรัสโควิด 19 ไปแล้ว ผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการออกมาภายใน 1 วัน ถึง 2 สัปดาห์ หลังจากได้รับเชื้อ มีอาการไข้สูง 37.5 องศา ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หายใจหอบหืด ถ้าผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรง อาจทำให้เกิดเสียชีวิตได้

วิธีปฏิบัติป้องกันตัวเองในเบื้องต้น

– สวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้เกิดไวรัสโควิด 19 ซึ่งเป็นขั้นตอนเบื้องต้นที่ทุกคนต้องควรทำ
– ปิดปาก ปิดจมูก เวลาไอ จาม ควรใช้ด้วยกระดาษทิชชู หรือใช้ข้อศอกแขนขึ้นมาข้างใดข้างหนึ่งแทน หลังจากไอ จาม ต้องรีบล้างมือทันที
– รับประทานอาหารปรุงสุกร้อน งดอาหารดิบ และเนื้อสัตว์ ควรกินร้อน
– หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสถานที่ที่มีคนหมู่มาก โดยเฉพาะสถานที่มีพื้นที่เสี่ยง อย่างห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร สถานบันเทิง คอนเสิร์ต สนามกีฬา เป็นต้นล
– ควบคุมสุขลักษณะของบ้าน ควรทำความสะอาดตัวบ้านและบริเวณโดยรอบ ควรจัดในห้องในบ้านให้สะอาด เช็ดด้วยน้ำยาทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ และให้มีระบบการระบายอากาศและถ่ายเทอากาศภายในบ้าน  
– ควรดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างเต็มที่

วิธีการป้องกันไวรัสโควิด 19 สำหรับผู้เดินทางไปต่างประเทศด้วยเครื่องบิน

– หากถ้าโดนท่านโดนไอจามใส่บริเวณหน้า มือแขน ต้องรีบล้างทันทีเพื่อลดความเสี่ยง
– ระมัดระวังการสัมผัสโดนสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจ เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ โดยเฉพาะห้องน้ำบนเครื่องบน
– จุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ บริเวณช่องทางเสี่ยงติดเชื้อ คือ อวัยวะบนใบหน้า เช่น ตา จมูก ปาก
– หากท่านพบคนไอจาม ควรแบ่งปันหน้ากากอนามัยให้ (ถ้ามี) เพื่อลดโอกาสในการแพร่เชื้อ

วิธีการป้องกันไวรัสโควิด 19 สำหรับจับเหรียญ และธนบัตร

– ควรล้างมือทุกครั้ง หลังจับเหรียญเงิน และธนบัตร
– ควรผึงแดดเหรียญเงิน และธนบัตร  เพื่อฆ่าเชื้อโรค
– เช็คธนบัตร ด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ
– ไม่พับธนบัตร รอยพับเป็นแหล่งหมักหมมเชื้อโรค
– เปลี่ยนธนบบัตรที่ธนาคาร หากพบว่าธนบัตรเก่า หรือสกปรก

Infographic : ภูวิช จันทะฟอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *