fbpx

มองปัญหาความเหลื่อมล้ำผ่านเลนส์ระบบการศึกษาของไทย

3 Point of Issue.

– หากพูดถึงระบบการศึกษา ประเด็นที่มักจะถูกหยิบมาพูดถึงอีกเรื่องก็คือ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนาน เพราะระบบการศึกษาที่ดีนั้นเอื้อเพียงแค่เด็กบางกลุ่มเท่านั้น
– ปัญหาความเหลื่อมล้ำนี้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ต้องการขจัดปัญหาเหล่านี้ แต่เนื่องด้วยเป็นปัญหาที่ชะงักมาอย่างยาวนาน หากจะให้แก้ในชั่วข้ามคืนหรือใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี ก็ดูจะเป็นไปได้ยาก
– ต้นทุนชีวิตมีไม่เท่ากันเลยทำให้โอกาสในการเข้าถึงการศึกษาต่างกัน ประโยคสั้นๆที่แสนเจ็บปวด ที่มักได้ยินบ่อยครั้งของเด็กที่อยากเรียนแต่ข้อจำกัดทางการเงินเลยทำให้ไม่ได้เรียน และนั่นยังทำให้เด็กจำนวนกว่า 6.7 แสนคนได้หลุดออกจากระบบการศึกษา


เฉลี่ยรายได้ต่อเดือนของคนยากจนที่ส่งเสียค่าเล่าเรียนบุตรหลานไม่ไหว

มิติของความเหลื่อมล้ำ เกี่ยวเนื่องกับปัญหาปากท้อง ช่องหว่างระหว่างคนรวยและคนจนมีสูง โดยความเหลื่อมล้ำนี้เองก็มาจากรายได้ของแต่ละครัวเรือนที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และนั่นได้ส่งผลกระทบต่อเด็กที่มาจากครอบครัวยากจนที่ต้องออกจากการศึกษากลางคัน ด้วยผู้ปกครองของเด็กกลุ่มนี้ แบกรับค่าใช้จ่ายทางการศึกษาที่ต้องส่งให้บุตรหลานของตนไม่ไหว

เด็กที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะยากจน ต้องเลิกเรียนกลางคันเพื่อมาทำงานช่วยเหลือครอบครัวในการหารายได้หรือเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วทางการศึกษาในแต่ละเทอม อีกทั้งค่าใช้จ่ายทางการศึกษาของไทยสร้างภาระหนี้สินแก่ผู้มีรายได้น้อยที่มีรายได้เฉลี่ยไม่ถึง 3,000 บาทต่อเดือนหรือ 36,000 บาทต่อปี หรือคิดเป็นร้อยละ 22 ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งต้องแบกรับค่าใช้จ่ายมากกว่าครัวเรือนที่ร่ำรวยถึง 4 เท่า

การที่เด็กต้องออกกลางคันส่งผลกระทบในแง่ของประสิทธิภาพของทุนมนุษย์ของประเทศในอนาคตเมื่อเด็กเหล่านั้นเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ทำให้เกิดอุปสรรคในการแข่งขันและการมีรายได้ เนื่องจากขาดทักษะ จึงทำให้พวกเขาเหล่านั้นไม่อาจพ้นกับดักของความยากจนไปได้เลย

ความเสมอภาคทางสังคมส่งผลต่อความเสมอภาคทางการศึกษา

นอกจากกลุ่มคนรากหญ้า ประเทศไทยเองก็เป็นประเทศที่มีกลุ่มคนรายได้ปานกลางสูงเช่นกัน และเป็นกลุ่มที่อยู่ตรงกลางของระบบชนชั้นทางสังคม พวกเขาอาจไม่ถึงกับกินหรูอยู่สบายในทุกมื้อแต่ก็ต้องปากกัดตีนถีบไม่ต่างจากกลุ่มที่มีฐานะยากจนที่ต้องหาเช้ากินค่ำ

อีกหนึ่งความเสมอภาคในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงในแง่ของสถานภาพทางการเงินเท่านั้น แต่รวมถึงความเสมอภาคทางสังคม ที่สังคมยังไม่ได้มองคนเป็นคนเท่ากัน ตามหลักการพัฒนาทุนมนุษย์สักเท่าไหร่ จากการเสาะหาข้อมูลในแวดวงทางการศึกษามาหลักคิดที่ว่านี้ จะมีความเชื่อที่ว่าคนทุกคนเมื่อเกิดมาแล้ว พวกเขาทุกคนจะต้องได้รับการพัฒนาที่จะช่วยเพิ่มความรู้ ความสามารถ และทักษะที่จำเป็นต่างๆ เช่น ทักษะในศตวรรษที่ 21 Hard skills และ Soft skills เป็นต้น

ไทยผุดแนวคิดผลักดันสร้างโรงเรียนอีลิท 2562

เกิดเป็นกระแสให้วิพากย์วิจารณ์และการตั้งข้อถกเถียงกันอย่างมากมาย อีกทั้งนักวิชาการหลายคนในแวดวงการศึกษาก็ออกมาค้าน เพราะหลายฝ่ายกังวลว่า นโยบายรัฐนี้จะยิ่งเป็นการเพิ่มความเหลื่อมล้ำหรือไม่ อีกทั้งยังไม่สอดคล้องกับการมุ่งพัฒนาทุนมนุษย์ตามปัจจุบัน

แนวคิดของโรงเรียนอีลิทนี้ มีเพียงความต้องการที่จะคัดเฉพาะเด็กหัวกะทิเข้าไปเรียนเท่านั้น ซึ่งเป็นแนวคิดของ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

จริงอยู่ที่ความไม่เท่าเทียมมีอยู่จริง คนเราเกิดมามีต้นทุนไม่เท่ากันตามการคัดสรรทางธรรมชาติ แต่ในฐานะรัฐบาล ไม่ควรใช้การคัดสรรเหล่านี้เพื่อซ้ำรอยความไม่เท่าเทียม

สถานศึกษาในประเทศเกาหลี ประกาศแผนสั่งยกเลิกระบบโรงเรียนอีลิท สร้างความเสมอภาคในโรงเรียน

นโยบายดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นภายในปี 2025 เพื่อจะดึงโรงเรียนอีลิทเข้าสู่ระบบการศึกษาทั่วไปภายใน 5 ปี ซึ่งเป็นนโยบายจาก ยูอึนเฮ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเกาหลีใต้

โรงเรียนอีลิท ในประเทศเกาหลีใต้ มีระบบการคัดเลือกนักเรียนที่ต่างจากโรงเรียนทั่วไป เพราะสามารถดึงนักเรียนที่เป็นเด็กเรียนดี เพื่อคัดเลือกไปเป็นนักเรียนของตนเองและยังสามารถรับนักเรียนจากพื้นที่อื่นได้ นอกจากนี้ยังมีการเก็บค่าเทอมที่แพง จึงชี้ให้เห็นว่า โรงเรียนอีลิททำให้เกิดการแบ่งแยกชนชั้นอย่างชัดเจน เนื่องจากโรงเรียนอีลิทรับเฉพาะนักเรียนที่มีพื้นเพมาจากครอบครัวที่มีฐานะและยังเป็นผู้มีอิทธิพลทางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งยิ่งทำให้เกิดการเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างเด็กที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้สูงและรายได้น้อย

การปฏิรูปการศึกษาของฟินแลนด์ สวัสดิการเห็นคนเป็นคนเท่ากัน มุ่งสู่การเป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก

ฟินแลนด์ นอกจากจะเป็นประเทศที่สงบเหมาะแก่การไปพักผ่อน ด้วยมีประชากรเพียง 5 ล้านคนเท่านั้น ฟินแลนด์ยังเป็นประเทศเล็กๆในยุโรป ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นประเทศที่มีความยากจน มีความเหลื่อมล้ำ มีบาดแผลจากสงคราม

ความพยายามต้องการลุกขึ้นมาจากการเป็นประเทศยากจน การปฏิรูปการศึกษาของฟินแลนด์ จึงเริ่มต้นมาจากการที่รัฐบาลเล็งเห็นว่า สิ่งที่จะสามารถพัฒนาประเทศของพวกเขาได้ ก็คือการลงทุนกับทุนมนุษย์ โดยการพัฒนาระบบการศึกษาให้ดี ซึ่งได้รับการผลักดันอย่างจริงจังในปี 1990 ภายใต้การปฏิรูปแบบก้าวหน้า ซึ่งทำให้ฟินแลนด์ก้าวกระโดดมาเป็นผู้นำของโลกด้วยการพัฒนาระบบการศึกษาในระยะเวลา 30 ปี นับตั้งแต่มีการเริ่มต้นในปี 1970 อีกทั้งด้วยความที่ฟินแลนด์เป็นประเทศที่มีรัฐสวัสดิการ และมีโครงสร้างพื้นฐานของสวัสดิการก้าวหน้าที่มีความเสมอภาคต่อคนทุกคนในสังคมในการได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน รัฐบาลจึงจัดทุนอุดหนุนทางการศึกษาให้เด็กฟินแลนด์ได้เรียนฟรี ซึ่งก่อนหน้านี้เด็กจากต่างชาติก็เคยได้รับสวัสดิการดังกล่าวนี้ด้วย เพราะเขาเชื่อว่า แม้ว่าคุณจะเป็นคนต่างชาติ แต่เมื่อคุณอยู่ในประเทศของเขาแล้วนั้น คุณจะต้องได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เทียบเท่ากับผู้ถือสัญชาติในประเทศฟินแลนด์เช่นเดียวกัน

ความเสมอภาคทางโครงสร้างทางสังคมที่เห็นคนเป็นคนเท่ากันของฟินแลนด์ แสดงให้เห็นว่ายิ่งสังคมมีความเสมอภาคเท่าไหร่ การพัฒนาในทุนมนุษย์ก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นไปด้วย

ความแตกต่างระหว่างไทยแลนด์และฟินแลนด์โมเดล “ดท.เด็กไทย อดทน”

ด้วยระบบการศึกษาของไทยไม่ได้ฟรีถ้วนหน้าเช่นเดียวกับฟินแลนด์ อีกทั้งค่าแต่งกายที่แพง คือภาระค่าใช้จ่ายที่สูงสำหรับครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวย โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่วัยกำลังโตและต้องเปลี่ยนไซส์เสื้อผ้าบ่อยๆ

สถานศึกษาที่ไกลบ้าน ยังลดทอนความสนใจของเด็กนักเรียนในเวลาเรียน เพราะเด็กๆต้องเสียเวลาบนท้องถนนก่อนจะถึงโรงเรียน และเด็กหลายคนก็ต้องตื่นแต่เช้า เรียกได้ว่า ต้องกินข้าวบนรถกันเลยทีเดียว ทั้งรถติด ทั้งแออัดบนรถสาธารณะ กว่าจะถึงโรงเรียนและถึงบ้าน ก็สลบเหมือด การบ้านก็เยอะ เรียนพิเศษก็แยะ เด็กไม่ได้เป็นเด็ก ระบบการศึกษาไทย คือ บทพิสูจน์การทำมากแต่ได้น้อย

ฟินแลนด์ มีสถานศึกษาที่ใกล้บ้าน เพราะทุกโรงเรียนมีมาตราฐานทางการศึกษาที่สูงและใช้แบบเดียวกัน เด็กๆรู้สึกว่าการไปโรงเรียนมันง่าย โรงเรียนไม่ใช่เรื่องยาก อีกทั้งการบ้านที่น้อยกิจกรรมการเรียนรู้ที่แยะ ช่วงเบรคระหว่างเรียนมีระยะเวลา 45 นาที และเด็กๆยังสามารถจัดการเวลาเรียนและสิ่งที่พวกเขาสนใจได้ โดยมีรูปแบบการศึกษาที่เด็กสามารถออกแบบตามที่ตนสนใจได้ เลยทำให้ระบบการศึกษาของฟินแลนด์ แสดงให้เห็นถึงการทำน้อยแต่ได้มาก

ระบบการศึกษาของไทยไม่มีมาตราฐานที่จับต้องได้

เด็กๆตามโรงเรียนทั่วไปในถิ่นทุรกันดาร ไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีมาตราฐานอย่างเท่าเทียมเทียบเท่าเด็กนักเรียนบางกลุ่มในเมืองกรุงสักเท่าไหร่ แม้จะเป็นวิชาเดียวกันแต่สถานศึกษาต่างกัน ก็ทำให้เนื้อหาในบทเรียนต่างกันไปโดยปริยาย และนั่นทำให้คุณภาพของเด็กมีไม่เท่ากัน

ในขณะที่เด็กเมืองกรุงมีการเกร็งข้อสอบตามสถาบันกวดวิชาอย่างหน้าดำหน้าแดง แต่เด็กในพื้นที่ถิ่นทุรกันดารแค่เพียงอ่านออก เขียนได้ และยังกลับต้องตรากตรำแสนเข็ญ ขวนขวาย เพราะการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ได้รับไม่มีมาตราฐานเพียงพอในการเอาไปแข่งขันแย่งชิงที่นั่งตามสถาบันในฝันของใครหลายๆคน

ประสิทธิภาพที่มีไม่สุดแต่จะหยุด(?)ด้วยการลดงบประมาณรายจ่ายที่จำเป็น…ซะงั้น

จากการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประปีงบประมาณ 2563 โดย กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ที่กล่าวอภิปรายถึงการลดงบ จากที่เคยมีงบประมาณถึง 3.7 แสนล้านบาท แต่ถูกลดไปที่ 910 ล้านบาท โดยสำนักงานรับรองมาตราฐานและการประเมิณการศึกษากลับถูกลดงบมากที่สุด แม้จะเป็นจำนวนไม่มาก แต่อย่างไรก็ตามการตัดงบประมาณ ก็ไม่ควรตัดงบที่อาจส่งผลต่อคุณภาพการศึกษา เช่น งบอุดหนุนการจัดการเรียนการสอนทั่วไปของเด็ก (14.5ล้านบาท) งบวัสดุครุภัณฑ์และอุปกรณ์การเรียน (22.8ล้านบาท) และงบประมาณการบริหารการศึกษาและการประเมินอย่างมีประสิทธิภาพ (10ล้านบาท)

ทิศทางของระบบการศึกษาจะเป็นไปในทิศทางไหนได้บ้าง

การแก้ปัญหาความเหลื่อมที่ไม่ควรล้ำนี้ จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายและต้องใช้เวลานาน แต่กระนั้น เรายังสามารถแก้ไขควบคู่กันได้ ด้วยการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาให้แก่เด็ก โดยสามารถเริ่มต้นได้จากการพัฒนาการเรียนการสอนที่อิงผู้เรียนเป็นศนย์กลาง การออกแบบห้องเรียน การสร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน และการนำเทคโนโลยีมาใช้ในคลาสเรียน ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเด็กนักเรียนโดยตรง และสัมพันธ์ในเรื่องของงบประมาณทางการศึกษาในเรื่องของอุปกรณ์และการลงทุนในการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา ที่จะส่งผลดีต่อเด็กนักเรียนแต่กลับต้องถูกลดงบที่จำเป็นเหล่านี้ไป

เพราะการศึกษา คือ ส่วนหนึ่งของชีวิต เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวที่สุดและต้องเข้าถึงทุกคนอย่างเท่าเทียมมากที่สุด เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า การศึกษาไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป เนื่องจากในช่วงชีวิตของเราทุกคนตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงวัยชรา กระบวนการการเรียนรู้และการศึกษาเป็นกิจกรรมทางสมองที่ไม่มีวันสิ้นสุด

จึงมีเพียงคำถามที่ได้แต่ทิ้งท้ายไว้ว่า การศึกษาของไทยจะก้าวไปอย่างไร การลดงบประมาณทางการศึกษา จะทำให้ความเหลื่อมล้ำหายไปได้หรือเปล่า วิธีการลดงบประมาณทางการศึกษาจะช่วยสร้างเสริมคุณภาพทางการศึกษาได้อย่างไรบ้าง และการอุดหนุนงบประมาณทางการศึกษา จะสร้างผลกระทบต่องบประมาณในเรื่องอื่นๆหรือไม่ และสังคมคิดเห็นอย่างไร ระบบการศึกษาควรเป็นไปในทิศทางไหน เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องร่วมหาคำตอบไปด้วยกัน


แหล่งอ้างอิง :
(1) https://www.the101.world/global-and-thai-education/
(2) https://voicetv.co.th/read/tN4g3jD8S 
(3)Thai PBS – กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *